วันพฤหัส, 9 ธันวาคม 2564

กฤษฎีกาเร่งหาทางแก้ไข แบนไทย

กฤษฎีกาเร่งหาทางแก้ไข แบนไทย

กฤษฎีกาเร่งหาทางแก้ไข แบนไทย

กฤษฎีกาเร่งหาทางแก้ไข แบนไทย

โฆษกกฤษฎีกา เผยกำลังประชุมเพื่อหาแนวทาง ปมการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา หลังถูกแบนจัดแข่งกีฬาระดับโลก –  ห้ามใช้ธงชาติ กรณีไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก

วันที่ 11 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ประเทศไทย เกาหลีเหนือ และอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่ไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือ วาด้า (WADA) ส่งผลให้ทั้งสามประเทศไม่ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับโลก และจะไม่สามารถใช้ธงประจำชาติแข่งขันในรายการที่ ไอโอซี IOC และ WADA เป็นผู้ดูแลจัดการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงโอลิมปิก และพาราลิมปิก ด้วย

นอกจากนี้ ผู้แทนของไทย อินโดนีเซีย และเกาหลีเหนือ จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการของหน่วยงานการกีฬาด้วย

กฤษฎีกาเร่งแก้ไข
ล่าสุด นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้แจงกรณีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 ว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพิ่งรับทราบข้อสังเกตขององค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency : WADA) เมื่อการประชุม ครม.วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาว่าประเด็นที่วาด้าต้องการให้แก้ไขเพิ่มเติมว่ามีเรื่องใดบ้าง
หากได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันเป็นลายลักษณ์อักษรจากการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้ว จะได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้ถูกต้อง และสอดคล้องกับความต้องการต่อไป
คาดปลายปีวาด้าปลดดแบน
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 มติชน รายงานว่า นพ.มีชัย อินวู๊ด ผู้อำนวยการสำนักควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า วาด้าต้องการให้ไทยดำเนินการแก้พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ.2555 เพราะวาด้ามองว่า หมวดหมู่บางข้อโดยเฉพาะบทลงโทษนั้นไม่สอดคล้องกับกฎที่วาด้ากำหนด

โดยวาด้าเกรงว่า หากนักกีฬามาแข่งขันที่ไทยแล้วถูกตรวจพบว่าใช้สารต้องห้าม จะไม่สามารถลงโทษแบนนักกีฬาได้ เพราะขัดแย้งกับกฎหมายไทย
อีกประการที่วาด้าให้ความสำคัญคือ บุคลากรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนให้นักกีฬาใช้สารต้องห้าม กลุ่มคนพวกนี้ต้องได้รับการลงโทษสถานหนักไม่ให้เกี่ยวข้องกับนักกีฬาอีกต่อไป

นพ.มีชัย กล่าวต่อว่า กกท. โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ได้ทำหนังสือไปถึงวาด้าว่า ขอคุ้มครองกรณีพิเศษ 3 เดือนนับจากนี้ให้นักกีฬาไทย หรือสมาคมกีฬาที่เตรียมจัดแข่งขันกีฬาภายใต้ “สหพันธ์กีฬานานาชาติ” และใช้ธงชาติไทยสำหรับนักกีฬาแข่งขันได้ต่อไปก่อน เพราะได้เตรียมการล่วงหน้ามาแล้ว ซึ่งยังคงรอหนังสือตอบกลับจากวาด้าว่าจะยินยอมหรือไม่

อย่างไรก็ตามเราต้องโฟกัสการแก้ปัญหานี้ไปที่การดำเนินการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับวาด้าและตามที่วาด้าต้องการ โดยขั้นตอนการแก้กฎหมายนั้น เราได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาว่า ให้แก้เป็นลักษณะพระราชกำหนด ซึ่งจะได้เร็ว

“ผมคาดว่าอย่างเร็วที่สุดปลายปีนี้ เราจะได้รับการปลดแบนจากวาด้า อยากมให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ วงการกีฬาทน ๆ เอาหน่อยในห้วง 3 เดือนนี้ หากเราทำสำเร็จ เราจะกลายเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกที่มีความเชื่อมั่นด้านนี้ เร็ว ๆ นี้ หากการเจรจาผ่านทางอีเมลกับวาด้าไม่ได้ผล บรรดาคีย์แมนกีฬาของเมืองไทยพูดคุยกันแล้วว่า อาจต้องถึงขั้นบินไปแคนาดาเพื่อเจรจากับวาด้า” นพ.มีชัย กล่าว