วันอาทิตย์, 28 พฤศจิกายน 2564

กำปั้นไทย พร้อมลุย มวยสากลชิงแชมป์โลก

29 ก.ย. 2021
69

กำปั้นไทย พร้อมลุย มวยสากลชิงแชมป์โลก

กำปั้นไทย พร้อมลุย มวยสากลชิงแชมป์โลก

กำปั้นไทย พร้อมลุย มวยสากลชิงแชมป์โลก

หลังจากสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่า จะจัดศึก มวยสากล ชิงแชมป์โลก 2021 ที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม-6 พฤศจิกายน 2564

และยังเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการชิงเงินรางวัลอีกด้วย

ศึกชิงแชมป์โลกดังกล่าวมีเงินรางวัลรวมถึง 2.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 85.6 ล้านบาท ซึ่งผู้ที่คว้าเหรียญทอง, เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ

(ประมาณ 3.29 ล้านบาท), 50,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.64 ล้านบาท) และ 25,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 824,000 บาท) ตามลำดับ

“โค้ชแซม” ร.ท.กามนิตย์ นารีรักษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนมวยสากลทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ทางผู้บริหารของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ได้มีมติแล้วว่าจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้

ตามความต้องการของนายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และตนเอง เพราะอยากให้นักชกไทยมีเวทีลงแข่งขันในหลายๆ รายการ

เพื่อให้มีประสบการณ์และคะแนนอันดับโลกตามเวิลด์แรงกิ้งไอบ้า และยิ่งศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้มีเงินรางวัลให้ชิงชัยด้วย จึงเป็นโอกาสดีของนักชกไทยที่จะมีรายได้หากสามารถฝ่าฟันไปถึงการคว้าเหรียญรางวัล

นับเป็นแรงจูงใจที่ดีที่กระตุ้นให้แต่ละคนได้มุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างเต็มที่

ตอนนี้ทีมกำปั้นไทยทุกคนกำลังฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่องที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งทีมงานสต๊าฟโค้ชจะคัดเลือกนักชกที่ดีที่สุดในแต่ละรุ่นไปร่วมแข่งขัน

หากนักชกไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลจากศึกชิงแชมป์โลก 2021 มาครอง นอกจากจะได้ เงินรางวัล จากการแข่งขันแล้ว ยังจะได้รับเงินอัดฉีดจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติอีกด้วย

โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ เหรียญทองจะได้ 1.5 ล้านบาท, เหรียญเงิน 1 ล้านบาท และ 4 แสนบาท

 

 

 มวยสากลในไทย
มวยสากลในประเทศไทย
 
 มวยสากลหรือที่เรียกในยุคแรกว่า “มวยฝรั่ง” เข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกราว พ.ศ. 2455 โดยได้แบบอย่างจากประเทศอังกฤษ ผู้นำมาเผยแพร่คือ  
 วงศ์  สวัสดิกุล ครั้งแรกนำมาเผยแพร่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และแพร่ต่อไปยังโรงเรียนต่างๆ มีการจัดแข่งขันมวยนักเรียนซึ่งเป็นแบบมวยสากลสมัครเล่น
 ต่อมา พระยาคฑาธรบดีสีหบาลเมือง เช่าพื้นที่ด้านศาลาแดงของสวนลุมพินีจัดให้มีการละเล่นต่างๆ เรียกว่าสวนสนุ”เต็ดโชว์” เมื่อเป็นที่นิยมจึงมีการคัดเลือกนักมวยสากลข้นชกกับนักมวยต่างชาติเหล่านั้นในแบบมวย
สากลอาชีพ การชกระหว่างนักมวยสากลชาวไทยกับต่างชาติมีขึ้นครั้งแรกเมื่อ 7 ธันวาคม พ.ศ.     2472 ในวันนั้น สุวรรณ นิวาศวัต นักมวยไทยชื่อดังขึ้นชกเป็นคู่แรก แพ้น็อค เทอรี่ โอคัมโป (ฟิลิปปินส์) ยก 4 ส่วนคู่ที่ 2
โม่ สัมบุณณานนท์ ชนะน็อค ยีซิล  โคโรนา (ฟิลิปปินส์) ยก 4
  จากนั้นกีฬามวยสากลเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น มีนักมวยสากลชาวไทยชกชนะสร้างชื่อเสียงอยู่เนืองๆ เช่น สมพงษ์ เวชสิทธิ์ เป็นแชมป์มวยสากลของ     สิงคโปร์ ผล พระประแดงเป็นรองแชมป์โลกคนแรก จำเริญ ทรงกิตรัตน์ เป็นแชมป์ OPBF คนแรกและขึ้นชิงแชมป์โลกเป็นคนแรกด้วยแต่ไม่สำเร็จ แชมป์โลก       ชาวไทยคนแรกคือ โผน กิ่งเพชร ซึ่งได้ครองแชมป์เมื่อ พ.ศ. 2503 ปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) ประเทศไทยมีแชมป์โลกทั้งสิ้น 37 คน
ในจำนวนนี้มีนักมวยที่สร้างสถิติโลกและเอเชียมากมายเช่น
                 -โผน กิ่งเพชร เป็นแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท 3 สมัย คนแรก
                 -แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ เป็นคนแรกที่ชกมวย 3 ครั้งแล้วได้เป็นแชมป์โลก
                 -เขาทราย แกแล็คซี่ ป้องกันแชมป์โลกได้มากที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นสถิติโลกในรุ่น 115 ปอนด์
                 -เขาทราย แกแล็คซี่ และ เขาค้อ แกแล็คซี่ เป็นแชมป์โลกพี่-น้องคู่แฝด คู่แรกของโลก
                 -ชนะ ป.เปาอินทร์ และ สงคราม ป.เปาอินทร์ เป็นแชมป์โลกพี่-น้องคู่แฝด คู่ที่สองของโลก ซึ่งในปัจจุบัน (พ.ศ. 2551) ยังมีเพียง 2 คู่ในโลกเท่านั้น
                 -พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ ป้องกันแชมป์โลกได้มากที่สุดในรุ่น 112 ปอนด์ และป้องกันแชมป์โลกรุ่นนี้ด้วยการชนะน็อคเร็วที่สุด