วันอังคาร, 9 สิงหาคม 2565

ข่าว ชลบุรี เอฟซี คว้า “อมาดู ออตทาร่า” ปีกอวอรี่โคสต์ ลากเรื้อยริ้มเส้น ซีซั่น 2023

31 พ.ค. 2022
49

ข่าว ชลบุรี เอฟซี สโมสร ชลบุรี เอฟซี ประกาศคว้าตัว อมาดู ออตทาร่า แนวรุกชาวไอวอรี่โคสต์ จาก สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถือเป็นนักเตะในโควต้าต่างชาติคนใหม่ รายที่ 2 ต่อจาก ดานิโล่ อัลเมด้า อัลเวส ข่าว ชลบุรี เอฟซี

โดย ดาวยิงชาวบราซิล ได้เดินทางมาเซ็นสัญญา และ เปิดตัว ร่วมกับ  คุณ ศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (30 พ.ค.) ณ สำนักงานสโมสร ชลบุรี เอฟซี ภายในสนาม ชลบุรี สเตเดี้ยม

สำหรับ อมาดู ออตทาร่า ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม กับทัพ “สวาทแคท” ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล ที่ย้ายมาร่วมทีม ตั้งแต่ปี 2019 โดยในฤดูกาล 2021/22 ที่ผ่านมา ลงสนามไปทั้งสิ้น 33 นัดทุกรายการ ทำได้ 3 ประตู

เริ่มการค้าแข้งในประเทศไทย กับ สโมสร พีทีที ระยอง ตั้งแต่ปี 2011-2017, สโมสร ราชนาวี ปี 2018 และ สโมสร นครราชสีมามาด้า เอฟซี ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน และย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ ในถิ่น ชลบุรี สเตเดี้ยม ก่อนที่ฤดูกาล 2022/23 จะกลับมาเริ่มต้นทำการแข่งขันกันอีกครั้ง ในเดือน สิงหาคมนี้

 

ชลบุรี เอฟซี ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลไทยและสโมสรต่าง ๆ ว่าเป็นต้นแบบของการปลุกปั้นนักเตะเยาวชนนับตั้งแต่สร้างนักฟุตบอลของตัวเอง จนสามารถคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองได้สำเร็จ

ข่าว ชลบุรี เอฟซี

 

หลังจากนั้นพวกเขาต้องอดทนเฝ้ารอเวลากว่าต้นกล้าต้นใหม่จะเติบโตขึ้นมา และมีหลายครั้งที่ต้องเผชิญลมพายุซัดกระหน่ำจนดอกใบร่วงโรยไปเสียก่อน 

ถึงวันนี้ดอกไม้สีน้ำเงินช่อใหม่กำลังจะผลิบานอีกครั้ง

สิ่งใดที่ทำให้พวกเขายังคงยึดมั่นในแนวทางนี้ และทุ่มเทรดน้ำพรวนดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด 21 ปี ติดตามเรื่องราวแนวคิดและปรัชญาการทำทีมอย่างยั่งยืนของ “ฉลามชล” ได้ที่ Main Stand

 

ปลูกต้นกล้า

ชลบุรี เอฟซี ถูกยกย่องว่าเป็น “สโมสรต้นแบบ” ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะเยาวชนมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นตอนลงเล่นบนลีกสูงสุดเท่านั้น แต่มีมาตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อตั้งสโมสรเลยด้วยซ้ำ

ชลบุรี เอฟซี ก่อตั้งขึ้นมาจากความรักในฟุตบอลของคีย์แมน 4 ราย คือ อรรณพ สิงห์โตทอง, ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ, สนธยา คุณปลื้ม และวิทยา คุณปลื้ม ซึ่งล้วนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องศิษย์เก่าของโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ในจังหวัดชลบุรี

ทั้ง 4 คน เริ่มต้นด้วยการจับมือกันทำทีมฟุตบอลระดับเยาวชนให้กับโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา โดยใช้เงินส่วนตัวในการทำทีมส่งแข่งขันในฟุตบอลนักเรียนรายการต่าง ๆ พร้อมยังเปิดรับเด็กจากจังหวัดอื่นที่มีใจรักฟุตบอลแต่ขาดทุนทรัพย์เข้ามาดูแล อุปการะทั้งค่าใช้จ่าย อาหาร ที่พัก การศึกษา และการฝึกศาสตร์ลูกหนัง จนสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา รุ่น 18 ปี และอีกมากมายหลายรายการ

เมื่อเด็กในสังกัดมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง ทางทีมจึงต้องมองหาเวทีที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเหล่านี้ได้ลงสนามพัฒนาฝีเท้า ซึ่งในเวลานั้นเอง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีแนวคิดปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศเพื่อพัฒนาสู่รูปแบบอาชีพ จึงได้ก่อตั้งฟุตบอลไทยแลนด์ลีกขึ้นมาในปี 2539 

“ตอนนั้นเราต้องดูแลเด็กหลายร้อยคนในระดับฟุตบอลนักเรียน พอเห็นว่าฟุตบอลไทยเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น เริ่มมีการก่อตั้งฟุตบอลลีกขึ้นมา เราจึงอยากทำฟุตบอลให้เป็นอาชีพ ต่อยอดให้เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลเพื่อสร้างรายได้ มีเงินเลี้ยงดูตัวเองและส่งกลับไปให้ครอบครัวที่บ้าน จึงได้ไปคุยกับ สมาคมสันนิบาตสงเคราะห์ จังหวัดสมุทรปราการ ที่เพิ่งได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในดิวิชั่น 1 ปี 2540 เพื่อขอสิทธิ์ทำทีมเข้าแข่งขัน” อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี ย้อนความ

การแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2540 (ไทยลีก  2 ในปัจจุบัน) จึงนับเป็นบักทึกก้าวแรกของทัพ “ฉลามชล” ในวงการฟุตบอลไทย ภายใต้ชื่อ สโมสรฟุตบอลชลบุรี–สันนิบาตฯ สมุทรปราการ และสามารถทำผลงานด้วยการจบอันดับ 4 ของตารางจากทั้งหมด 10 ทีม

ก่อนที่ 3 ปี ต่อมา สมาคมกีฬาจังหวัดชลบุรี จะได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในรายการโปรวินเชียลลีก ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย ในปี 2543 ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจก่อตั้ง ทีมฟุตบอลจังหวัดชลบุรี ขึ้นมาอีกทีม เพื่อขับเคี่ยวกับทีมระดับจังหวัดทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามา

ทั้งสโมสรฟุตบอลชลบุรี และสโมสรฟุตบอลชลบุรี–สันนิบาตฯ สมุทรปราการ ต่างยังคงเปิดโอกาสให้นักเตะเยาวชนจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งที่สองที่ผู้บริหารเข้ามาช่วยทำทีมฟุตบอลให้ สลับกันลงเล่นทั้งในดิวิชั่น 1 และโปรวินเชียลลีก เพื่อเก็บประสบการณ์ 

เวลานั้นไม่มีใครคิดหรอกว่าเด็กเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญพา “ฉลามชล” คว้าแชมป์ไทยลีกได้สำเร็จ

 

ชายคาแรก “สนามฟุตบอลเบียร์ช้าง”

ในขณะที่ฟุตบอลลีกเพิ่งเริ่มตั้งไข่ แทบทุกสโมสรยังไม่ให้ความสำคัญและไม่มีสนามฟุตบอลเป็นของตัวเอง โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับการลงทุนทำทีมซื้อนักเตะ และใช้สนามกลางเป็นสังเวียนฟาดแข้ง 

แต่ที่ชลบุรีไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อตัดสินใจที่จะทำสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างจริงจังแล้ว สิ่งแรกที่จำเป็นในลำดับต้น ๆ ก็คือการมีรังเหย้าเป็นของตัวเอง 

“เมื่อเรา ได้สิทธิ์ทำทีมชลบุรี–สันนิบาตฯ เราได้ มองถึงงบประมาณ ที่ต้องใช้รวมถึง สนามแข่งขัน ที่ต้องมีเป็นของตัวเอง ผมกับ คุณธนศักดิ์ จึงตัดสินใจ ทำโมเดลแบบ สนามฟุตบอล นำไปพูดคุยกับ คุณธนิต ธรรมสุคติ ผู้บริหารบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ในขณะนั้น เพื่อ นำเสนอแผนและแนวทางในการสร้างทีม” 

“ทางบอร์ดบริหารของช้างน่าจะมองเห็นถึงความตั้งใจจริงของเรา จึงมอบงบสนับสนุนมาก้อนหนึ่ง ประมาณ 6 ล้านบาท เพื่อนำมาสร้างสนามและใช้ในการทำทีม จนเราได้สนามฟุตบอล เบียร์ช้าง เป็นสนามแห่งแรกเมื่อปี 2540 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของสโมสรชลบุรีเลยก็ว่าได้ เพราะสนามแห่งนี้ได้สร้างนักฟุตบอลฝีมือดีให้กับเรามากมาย” อรรณพ กล่าว

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน  ข่าวกีฬาอัปเดต

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET