วันพฤหัส, 9 ธันวาคม 2564

ดีลแรกจากนายใหม่ของขวัญใหญ่หลังเทคโอเวอร์

10 ต.ค. 2021
35

ดีลแรกจากนายใหม่ของขวัญใหญ่หลังเทคโอเวอร์

ดีลแรกจากนายใหม่ของขวัญใหญ่หลังเทคโอเวอร์

ดีลแรกจากนายใหม่ของขวัญใหญ่หลังเทคโอเวอร์

ย้อนดูดีลแรกหลังเทคโอเวอร์ ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แล้วนิวฯล่ะ เอาไงดี?
.
หลังการเทคโอเวอร์ครั้งใหญ่จากกลุ่มทุนซาอุดีอาราเบีย Public Investment Fund(PIF) นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรที่มีเจ้าของทีม “รวยที่สุดในโลก” จากทรัพย์สินกว่า 3 แสน 2 หมื่นล้านปอนด์ ของเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มงกุฏราชกุมารแห่งซาอุฯ แน่นอนเลยว่าทุกสายตาของสื่อฟุตบอลจะจับจ้องไปที่ทัพสาลิกา ว่าหลังมีเงินทุนก้อนใหญ่แล้ว ในตลาดนักเตะครั้งหน้า พวกเขาจะ “กระชาก” ใครเข้ามาร่วมทีมเป็นดีลแรก

เพจโม้ไปเรื่อยขอพาทุกท่านย้อนกับไปดู “ดีลแรก” หลังเทคโอเวอร์ของอีก 2 สโมสรชื่อดัง ที่มีเจ้าของทีมรวยเป็นอันดับ 2 และ 3 ต่อจากนิวคาสเซิ่ล ซึ่งนั่นก็คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (Qatar Investment Authority) และ แมนเชสเตอร์ ซิจี้ (ชีค มานซูร์)
.
>> แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2008)
ทีมเรือใบสีฟ้า ได้ถูกเทคโอเวอร์โดย Abu Dhabi United Group (ADUG) ของ ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด ผู้มีทรัพย์สินสูงถึง 2.1 หมื่นล้านปอนด์ ที่ยื่นตำแหน่งประธานสโมสรให้ คัลดูน อัล มูบารัค ที่ปรึกษาระดับสูงของราชวงศ์รับหน้าที่ดูแล
เป้าหมายหลักคือการลงทุนเพื่อสร้างทีมเรือใบสีฟ้าให้ยิ่งใหญ่ โดยหลังจากประกาศคอนเฟิร์มการเทคโอเวอร์ในวันที่ 1 กันยายน 2008 “ท่านชีค” ต้องการจะสร้างความมั่นใจครั้งใหญ่ให้แฟนๆเรือใบสีฟ้า ด้วยการจัด “บิ๊กดีล” ที่พร้อมมายกระดับทีม

โรบินโญ ตัวรุกบราซิเลียนของ เรอัล มาดริด มีข่าวกับเชลซีอย่างหนาหู และพร้อมจะเปิดตัวกับสิงห์บลูส์แล้ว ส่วนทางซิตี้ ก็มีข่าวกับทั้ง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และ ดาบิด บีย่า แต่เวลาของตลาดนักเตะก็กำลังจะหมดลง ในขณะนั้นเบอร์บาตอฟก็พร้อมเปิดตัวกับแมนฯยูไนเต็ดแล้ว แถมยังมีชนวนที่ทำให้มาดริดไม่พอใจเชลซี จากที่โพสต์ขายเสื้อของโรบินโญตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว

ดีลสถิติฟุตบอลอังกฤษในเวลานั้นจึงได้ถูกทำลาย เมื่อซิตี้ฟาด 32.5 ล้านปอนด์ คว้าตัวโรบินโญมาในวันปิดตลาด

ดิกรีของโรบินโญถือว่าไม่ธรรมดา แข้งแซมบ้าวัย 23 ในตอนนั้นเพิ่งคว้าแชมป์ ลา ลีกา กับมาดริดมาสองซีซั่นติดต่อกัน แถมซัดมา 15 ประตูในซีซั่น 2007/08 และคว้าแชมป์โคปา อเมริกา ในปีก่อนหน้า แน่นอนว่าความคาดหวังในตัวของเขามีอยู่ไม่น้อยอย่างแน่นอน

ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ โรบินโญประเดิมซีซั่นแรกได้อย่างน่าประทับใจ กดไป 14 ประตูในพรีเมียร์ลีก เป็นดาวซัลโวอันดับที่ 4 (ห่างจาก อเนลกา 5 ประตู) กับอีกประตูในยูฟ่า คัพ แม้สุดท้ายซิตี้จะจบซีซั่นแบบมือเปล่า

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2021)
ตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ คงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองมากที่สุด เพราะจะเป็นการเสริมทัพครั้งแรกของนิวคาสเซิ่ลภายใต้เจ้าของใหม่ ที่เงินทุนหนากว่าทั้ง แมนฯซิตี้ และ ปารีสฯ

สถานะของนิวคาสเซิ่ลในฐานะ “ทีมท้ายตาราง” คงไม่ง่ายที่จะดึงดูดท็อปสตาร์ระดับโลกให้เข้ามาจอยในตลาดแรก พวกเขาอาจจะต้องเริ่มต้นด้วยการซื้อนักเตะฝีมือดีในระดับกลางๆเข้ามาช่วยทีมก่อน หรืออาจจะเป็นนักเตะมากประสบการณ์ที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นกับต้นสังกัดเก่าเท่าที่ควร

แน่นอนว่าเงินคงเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่ง แต่การรีบดึงทีมให้ขึ้นมาพ้นจากอันดับ 19 ในตอนนี้ ก็คงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อาจจะช่วยดึงดูดนักเตะชั้นดีมาร่วมทีมได้อีกด้วย ซึ่งก็ไม่แน่ว่า “สิ่งแรก” ที่นายทุนคนใหม่แห่งทัพสาลิกาจะลงมือ “เปลี่ยน” อาจจะเป็นตำแหน่ง “ผู้จัดการทีม” ก็เป็นไปได้
.
จากมุมมองของแอดมิน คิดว่าเป้าหมายที่นิวคาสเซิ่ลควรจะซื้อเข้ามาเสริมทัพในตลาดหน้าหนาว ควรจะมีตัวรับมากประสบการณ์ ที่มาช่วยกู้เกมรับของนิวคาสเซิลได้ เพราะหลังผ่านไป 7 นัดแรก แม้จะเล่นบอลอุดด้วยแผนกองหลัง 5 คน แต่ลูกทีมของ สตีฟ บรูซ ก็โดนยิงไปแล้วถึง 16 ประตู(มากที่สุดเทียบเท่านอริช)
(ลิสต์กองหลังที่อยากให้ซื้อ: ซามูเอล อุมติตี้, เอริค ไบญี่, เจสัน เดนาเยร์, สเตฟาน ราดูร์)

และอีกตำแหน่งคือมิดฟิดล์ตัวกลาง เพราะลำพังเพียง โจ วิลลอค และ ชอน ลองสตาฟ แม้จะมีความน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมอนาคตอีกไกลจากอายุที่ยังน้อย แต่ก็ยังไม่ดีพอเมื่อต้องไปเทียบกับแผงมิดฟิลด์ของทีมอื่นในพรีเมียร์ลีก
(ลิสต์กองกลางที่อยากให้ซื้อ: ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค, ฮานส์ วานาเกน, เลอันเดอร์ เดดองเกอร์, โกรองแตง โตลิซโซ, ธอร์แกน อาซาร์)

ส่วนในแนวรุก หากได้ คัลลัม วิลสัน หายเจ็บกลับมายืนคู่กับ อัลลัน แซงต์-แมกซิแมง ก็น่าจะสบายใจหายห่วงไปได้ระดับหนึ่งเลย เพราะความสามารถของทั้งสองนั้น เรียกได้ว่าไม่เป็นรองใครในพรีเมียร์ลีก(ไม่นับทีมใหญ่ๆระดับท็อป 4 นะ) หากจะเสริมตัวรุกระดับโลก ก็อาจจะต้องรอในตลาดซัมเมอร์สครั้งหน้า คงจะเป็นไปได้มากกว่า