วันศุกร์, 19 สิงหาคม 2565

บรูซ บัค อำลาเก้าอี้ประธาน เชลซี หลังอยู่ในตำแหน่ง 19 ปี

22 มิ.ย. 2022
43

บรูซ บัค

บรูซ บัค ประธาน สโมสร เชลซี แห่งศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยัน อย่างเป็นทางการ ว่า จะก้าวลงจากตำแหน่งดังกล่าว โดย มีผล ในวันที่ 30 มิถุนายน 2022 นี้

ประธาน วัย 76 ปี ชาวอเมริกัน เข้ามาร่วมงาน กับ สิงห์บลูส์ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ของ โรมัน อบราโมวิช ใน ปี 2003

โดย หลังจากนี้ เขาจะยังคงช่วยงาน สิงโตน้ำเงินคราม ใน ฐานะ ผู้ให้คำปรึกษาอาวุโส

“ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการอำลาทีมและให้ทีมงานเจ้าของสโมสรใหม่สร้างทีมด้วยทรัพยกรที่มีอยู่ขณะนี้” บัค กล่าวในการแถลงการณ์

“เจ้าของทีมใหม่มีวิสัยทัศน์ถึงอนาคตของ เชลซี ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และผมจะตั้งตารอในการช่วยเหลือพวกเขาสู่เป้าหมายภายใต้บทบาทใหม่ร่วมกับสตาฟฟ์ทีมงาน, เหล่านักเตะ, โค้ช และแฟนบอลเป็นลำดับต่อไป”

“ผมภาคภูมิใจที่ได้พา เชลซี สู่ความสำเร็จในสนามและสร้างประโยชน์แก่ชุมชนของเรา”

ทั้งนี้ เชลซี ภายใต้การบริหารงานของ บัค ทีมชายสามารถคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์โทรฟี 18 รายการ และทีมหญิงได้อีก 12 โทรฟี

บรูซ บัค ประธานสโมสรเชลซี

เกิดที่นิวยอร์ค และจบการศึกษาด้านกฏหมายจากมหาวิทยาลัยคอลเกต และมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย บรู๊ซ บัค

เคยเป็นแฟนบอลเชลซีมาตั้งแต่ที่ย้ายมาลอนดอนเมื่อปี 1983 และเป็นผู้ถือตั๋วชมตลอดฤดูกาลมาตั้งแต่ 1991

เขาเป็นหุ้นส่วนของบริษัทเชลซี จำกัด และเป็นเจ้าของสโมสรและบริษัทที่ใช้โดยโรมัน อับราโมวิชหลังจากที่เข้ามาซื้อสโมสรในปี 2003

ในช่วงที่เขาเป็นประธานสโมสรของเชลซี สโมสรได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในประวัติศาสตร์ของเรา

โดยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 ครั้ง, เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง, ลีกคัพ 3 ครั้ง, ยูโรป้า ลีก 1 ครั้ง

และได้ถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งแรกจากทีมในเมืองที่เขาสร้างบ้านอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม นอกจากการช่วยพัฒนาสโมสรให้กลายเป็นสโมสรชั้นนำในโลกของฟุตบอล

บัคยังได้ทุ่มเทให้กับการสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยการก่อตั้ง Past Player’s Trust

ซึ่งเป็นการระดมทุนจากอดีตนักเตะและทีมงานเพื่อพัฒนาด้านการแพทย์และทางฝ่ายการเงิน

นอกจากเชลซีแล้ว บัคยังได้รับหน้าที่บริหารจัดการกับพันธมิตรในยุโรปให้กับบริษัทกฏหมายของสหรัฐฯ

อย่าง Skadden Arps Slate Maeger & Flom ซึ่งการทำงานของเขานั้นรวมถึงการควบรวมกิจการ และการทำธุรกรรมต่างๆ ในตลาดทุน

ในปี 2012 เขาได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในรายชื่อนักกฎหมายที่มีอิทธิพลสูงสุดของสหราชอาณาจักร

เขายังเคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในสองนักกฏหมายที่โด่งดังมากที่สุดในสหราชอาณาจักรโดย The Lawyer ในปี 2009