วันศุกร์, 19 สิงหาคม 2565

บาเยิร์น มิวนิค

19 ส.ค. 2021
398

บาเยิร์น มิวนิค

บาเยิร์น มิวนิค

ไบเอิร์นมิวนิก ก่อตั้งขึ้นภายใน สโมสรกีฬายิมนาสติกของเมืองมิวนิก วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1900 สมาคมฟุตบอลเยอรมัน มีมติห้ามไม่ให้นักฟุตบอลจาก สโมสร ดังกล่าวเข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้นักเตะจำนวน 11 คนตัดสินใจออกจากสโมสร แล้วมาก่อตั้งสโมสรใหม่ในชื่อ สโมสรฟุตบอล ไบเอิร์นมิวนิก และเพียงไม่กี่เดือน

หลังจากนั้น พวกเค้าก็ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศในการแข่งขัน เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ฤดูกาล 1900-1901ฤดูกาลถัดมาพวกเค้าก็ได้ถ้วยรางวัลในรายการท้องถิ่นฤดูกาล 1910-1911 สโมสรได้เข้าร่วมก่อตั้งลีกใหม่ของรัฐไบเอิร์นคือ เครียส์ลีกา โดยพวกเค้าได้แชมป์ในฤดูกาลแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้แชมป์อีกเลย จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ขึ้น การแข่งขันทุก

อย่างก็หยุดชะงักลงหลังสงครามจบลง พวกเค้าได้แชมป์ในระดับภูมิภาคหลายครั้ง ก่อนจะได้แชมป์ เซ้าท์ เยอรมัน แชมป์เปียนชิพ ในปี ค.ศ.1926 และทำได้อีกครั้งใน 2 ปีต่อมาได้แชมป์ระดับชาติครั้งแรกในปี ค.ศ.1932 เมื่อโค้ช ริชาร์ด คอห์น นำทีมเอาชนะ ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท 2-0 ในรายการชิงแชมป์ เยอรมัน ภายหลังการกำเนิดลัทธิ

นาซีขึ้น ทำให้ผู้จัดการทีม และผู้เล่นหลายราย

ต้องหลบหนีออกจากประเทศ จนมีคำกล่าวว่า ไบเอิร์นมิวนิก คือทีมของคนยิวเข้าสู่ยุคบุนเดิสลีกาหลังสงครามโลกจบลง ไบเอิร์นได้เข้าร่วมการประชุมการก่อตั้งโอเบอร์ลีกา โดยแบ่งลีกออกเป็น 5 ส่วน

ในช่วงปี ค.ศ.1945-1963 พวกเค้าเปลี่ยนโค้ชถึง 13 คน หลังจากที่ แลนเดอร์ กลับจากการลี้ภัยสงครามในปี ค.ศ.1947 เค้าก็กลับมาเป็นประธานสโมสรอีกครั้ง สโมสรประสบปัญหาทางการเงินในปี ค.ศ.1950 โรแบนด์ เอนเดลอร์ ได้หาเงินทุนมาสนับสนุนทีมเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่จนถึงปี ค.ศ.1951 ในปี ค.ศ.1955 สโมสรตกชั้นไปแข่งในโอเบอร์ลีกา

ในฤดูกาลถัดไป โดยพวกเค้าคว้าแชมป์ DFB Pokalหลังเอาชนะทีม ฟอร์ทูน่า ดุยเซลดอล์ฟ 1-0ปี ค.ศ.1963

โอเบอร์ลีกา ถูกรวมลีกเป็นลีกแห่งชาติแค่ลีกเดียว โดยคัดเอา 5 อันดับแรกจากตารางคะแนน ไบเอิร์นมิวนิก อยู่อันดับ 3 และ1860 มิวนิกเป็นแชมป์โอเบอร์ลีกา ทางสมาคมเห็นว่า 1 เมืองควรมีแค่ทีมเดียว จึงตัดสิทธิของไบเอิร์นมิวนิก ออกจากบุนเดิสลีกา

อย่าไรก็ตาม 2 ปีให้หลัง ทีมก็เลื่อนชั้นสู่บุนเดิสลีกาได้สำเร็จด้วยการนำทีมของนักเตะระดับตำนานอย่าง ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์,เกร์ด มูลเล่อร์ และ เซฟฟ์ เมียเออร์ก้าวสู่เป็นจ้าวของเยอรมันแล้วครองจ้าวยุโรป 3 สมัยซ้อนในฤดูกาลแรกในการแข่งในระดับบุนเดิสลีกานั้น พวกเค้าคว้าอันดับที่ 3 พร้อมแชมป์ DFB

Pokal มาได้ ทำให้ได้สิทธิลงแข่งในฟุตบอล ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์สคัพ และเป็นพวกเค้าที่คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะทีม เรนเจอร์ ปีค.ศ.1967 แม้ทีมจะได้แชมป์ DFB Pokalแต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่ไม่ดี สโมสรเลยแต่ตั้ง บลังโก้ เซเบค เข้ามาเป็นโค้ชของทีม ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นการบุก และความมี

วินัยมากกว่าเดิม ทำให้พวกเค้าได้แชมป์ฟุตบอลลีก และฟุตบอลถ้วย ได้ในปี ค.ศ.1969 โดยเป็น 1 ใน 4 ทีมที่คว้า 2 แชมป์ได้ในปีเดียวกัน เหมือนทีม โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์,เอฟซี โคโลญน์,และแวร์เดอร์ เบรเมน โดยเซเบคใช้ผู้เล่นทั้งฤดูกาลแค่ 13 คนเท่านั้น ปี ค.ศ.1970 อูโด

แลตเท็ก เข้ามาเป็นโค้ชต่อ เพียงแค่ 1 ปีเค้าก็นำทีมคว้าแชมป์ DFB Pokal ได้สำเร็จ และนำไบเอิร์นมิวนิกเป็นแชมป์ฟุตบอลเยอรมันได้เป็นครั้งที่ 3ฤดูกาล 1971-1972 ไบเอิร์นเปลี่ยนมาใช้สนามกีฬาโอลิมปิกนครมิวนิก เป็นนัดแรก โดยนัดนี้มีการถ่ายทอดสอดทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรกอีกด้วย พวกเค้าเอาชนะทีม

ชาล์เก้ 04 ไปได้ถึง 5-1 แล้วฤดูกาลนั้นพวกเค้าคว้าแชมป์ 2 รายการในประเทศ แต่ที่สุดยอดกว่านั้นคือในปี ค.ศ.1974 พวกเค้าคว้าแชมป์ในรายการยูโรเปี้ยน คัพ โดยการชนะทีม อัตเลติโกเดมาดริด ถึง 4-0 หลังจากที่ปี ค.ศ.1967 เคยได้แชมป์ คัพวินเนอร์สคัพ และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ในปี ค.ศ.1968 และ1972 แสดงให้เห็นว่าทีมมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม เป็นช่วงเวลาที่ทีมประสบความสำเร็จมากมาย ปี ค.ศ.1975

พวกเค้าป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้สำเร็จเมื่อเอาชนะทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด จากประตูของ รอธ และมูลเลอร์ ถ้วยรางวัลสุดท้ายในยุคนี้คือ ถ้วยอินเตอร์คอนติเนนตอล คัพ โดยพวกเค้าแพ้ต่อสโมสรครูไซโร่ จากบราซิลทั้งสองนัด

หลังจากนั้นสโมสรก็เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงและไม่ได้แชมป์อะไรเลย ปี ค.ศ.1977 ฟรันทซ์ เบ็คเคินเบาเออร์ ย้ายไปนิว ยอร์ค คอสมอส ปี ค.ศ.1979 เซฟฟ์ และ อูลี โฮเนบ ประกาศเลิกเล่นฟุตบอล เกร์ด มูลเลอร์ ย้ายไปร่วมทีม ฟอร์ท เลาว์เดอดาเล่