วันเสาร์, 21 พฤษภาคม 2565

ฟุตบอลชายซีเกมส์ “กรวีร์ ฝากถึงผู้ใหญ่ ทบทวนบทบาท”

15 เม.ย. 2022
21

ฟุตบอลชายซีเกมส์

ฟุตบอลชายซีเกมส์ กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานบริหารไทยลีก ฝากถึงผู้ใหญ่ ทบทวนบทบาท

การส่งทีมฟุตบอลชายซีเกมส์  เพื่อเสริมสร้างและพัฒนา มากกว่ายึดติดความสำเร็จ ฟุตบอลชายซีเกมส์

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นการแข่งขันฟุตบอล ชายซีเกมส์ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา พูดคุยและถกเถียงกันในหลายแง่มุม

 

โดยทางบริษัทไทยลีกได้มีมติเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันนัดสุดท้ายของฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก 2021/22 จากวันที่ 7 พฤษภาคม

เป็นวันที่ 4 พฤษภาคม เพื่อให้ทีมชาติไทยชุด ซีเกมส์ได้มีเวลาเตรียมทีมกันมากขึ้น

ประเด็นนี้ ทางฝั่งของ กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธาน บริหารไทยลีก ได้เปิดเผย ถึงแง่มุมที่ไม่ได้เปิดเผย ในงานแถลงข่าวว่า

อยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องแลกเปลี่ยนความคิด เห็นในเรื่องการตั้งเป้าหมาย ในกีฬาซีเกมส์ เนื่องจากปัจจุบันยุค สมัยเปลี่ยนไป

ควรคิดถึงเรื่องการพัฒนา สร้างระบบและจัดลำดับความสำคัญใหม่

ฟุตบอลชายซีเกมส์ ต้องเดินหน้า

“เหตุผลความจำเป็นต่างๆ ในการขยับโปรแกรมไทยลีก นัดสุดท้ายเพื่อหลบทาง ให้กับการแข่งขันซีเกมส์ ผมได้อธิบายไปครบถ้วนแล้ว

รวมถึงผลกระทบ ทั้งลีกและการเก็บตัว ของทีมชาติไทยชุดใหญ่และชุดอายุ 23 ปี ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนจะไปแข่งรายการ

 

‘ชิงแชมป์ทวีปเอเชีย’ จะกระทบอย่างไร ผมก็ได้อธิบายไปแล้ว เมื่อตัดสินใจแบบนี้ ก็ต้องเดินหน้า ถูก-ผิด-ชอบ-ไม่ชอบ คงต้องใช้เวลาในการตัดสิน”

“สิ่งที่ยังไม่ได้พูด (ฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่) และอยากจะชวน แลกเปลี่ยนคือ การตั้งเป้าหมายและความสำคัญของ “ซีเกมส์”

ผมเข้าใจความคาดหวัง ของหลายฝ่ายที่มีต่อเหรียญทอง ของทีมฟุตบอลไทยในซีเกมส์ มันคือเกียรติยศ ศักดิ์ศรี

ความภาคภูมิใจของคนไทย ทั้งประเทศและความคาดหวัง นั้นเองคือสิ่งที่ต้องแบกอยู่บนบ่า ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

และนั่นคือแรงกดดัน ที่มีต่อผู้จัดการทีมชาติไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความคาดหวัง ต่อเหรียญทองเหรียญนี้ (ของใครบางคน)

ยิ่งใหญ่ราวกับได้ไปแข่งฟุตบอลโลก”

 

เมื่อไทย(ห)ลีก หลบให้ซีเกมส์ #จากใจคนทำงาน

เหตุผลความจำเป็นต่างๆ ในการขยับโปรแกรมไทยลีกนัดสุดท้ายเพื่อหลบทางให้กับการแข่งขันซีเกมส์ผมได้อธิบายไปครบถ้วนแล้ว

รวมถึงผลกระทบทั้งลีกและการเก็บตัวของทีมชาติไทยชุดใหญ่และชุดอายุ 23 ปี ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมก่อนจะไปแข่งรายการ

“ชิงแชมป์ทวีปเอเชีย” จะกระทบอย่างไร ผมก็ได้อธิบายไปแล้ว

 

เมื่อตัดสินใจแบบนี้ ก็ต้องเดินหน้า…ถูก-ผิด-ชอบ-ไม่ชอบ คงต้องใช้เวลาในการตัดสิน

สิ่งที่ยังไม่ได้พูด(ฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่) และอยากจะชวนแลกเปลี่ยนคือการตั้งเป้าหมายและความสำคัญของ “ซีเกมส์”

ผมเข้าใจความคาดหวังของหลายฝ่ายที่มีต่อเหรียญทองของทีมฟุตบอลไทยในซีเกมส์

 

มันคือเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

และความคาดหวังนั้นเองคือสิ่งที่ต้องแบกอยู่บนบ่าของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

และนั่นคือแรงกดดันที่มีต่อผู้จัดการทีมชาติไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความคาดหวังต่อเหรียญทองเหรียญนี้(ของใครบางคน)ยิ่งใหญ่ราวกับได้ไปแข่งฟุตบอลโลก

ถ้าเป็นสมัยเมื่อ 20 ปีก่อน ผมก็คงจะเห็นด้วย แต่มันไม่ควร จะเอามา เป็นความหวังของฟุตบอล ทีมชาติไทยใน โลกของฟุตบอลสมัยนี้…

สมัยที่มี FIFA DAY เป็นตัวกำหนดการแข่งขันในระดับสากลของทีมชาติแต่ละประเทศ

สมัยที่การจัดลำดับ FIFA RANKING จะถูกคิดคะแนนต่อเมื่อเข้าเกณท์ระดับ FIFA ‘A Match’ เท่านั้น

สมัยที่กีฬาฟุตบอลของประเทศกำลังยกระดับและก้าวไปสู่การเป็น ‘กีฬาอาชีพ’ อย่างเต็มตัว

 

แต่เรากลับก้าวข้ามไม่พ้น’กับดักความสำเร็จ’ของตัวเอง

เรายังคงมีความสุขกับความสำเร็จเล็กๆเฉพาะหน้า และตั้งให้มันเป็นเป้าหมายที่แสนยิ่งใหญ่

ถ้าเรายังก้าวไม่พ้นจากเวทีภูมิภาคเราจะไม่มีวันก้าวไปสู่เวทีระดับสากลได้

ซีเกมส์ควรจะเป็นเวทีที่เอาไว้สร้างดาวรุ่งดวงใหม่ สร้างระบบ สร้างประสบการณ์ เสริมกระดูกให้เยาวชนทีมชาติไท

ยก่อนจะก้าวไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต

 

เราจะภูมิใจกว่าไหม หากดาวรุ่งของเราไปสู้กับทีมชาติ ประเทศอื่นๆได้อย่างสมศักดิ์ศรี ??

เราจะได้ประโยชน์มากกว่าไหม หากมีนักเตะหน้าใหม่แจ้งเกิดได้อีก 3-4 คนจากเวทีนี้??

 

ความสำเร็จของเราอยู่ที่การชูถ้วย คว้าแชมป์ ได้เหรียญทองเท่านั้นนะหรือ?

ถึงเวลาหรือยังที่จะมาร่วมกันออกแบบว่า’ความสำเร็จ’ หน้าตามันควรจะเป็นอย่างไร?

มาจัดลำดับความสำคัญเสียใหม่เพื่อจะก้าวข้ามระดับภูมิภาค ไปสู่ระดับเอเชียและก้าวไป เวทีระดับโลกกันจริงๆเสียที

“ความสำเร็จของเราจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ขึ้นได้ ถ้าเรายังยึดติดกับความสำเร็จเล็กๆแบบเดิม”

 

ประวัติกีฬาซีเกมส์

กีฬาซีเกมส์ นั้นเดิมเรียกว่า กีฬาแหลมทอง (Southeast Asian Peninsular Games) หรือ เซียปเกมส์ (SEAP Games)

ครั้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2501 (ค.ศ. 1958) ประเทศ สมาชิกในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เข้าร่วมแข่งขัน

กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 3 ณกรุง โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้จัดประชุมตกลงที่จะก่อตั้งองค์กรการกีฬาขึ้น

กีฬาแหลมทองนั้นได้รับการเสนอแนวคิดจากหลวงสุขุมนัยประดิษฐ และยังเป็นผู้ก่อตั้งองค์ การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย

ซึ่งก็คือ การกีฬาแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งต่อมาได้เป็น รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ข้อเสนอ นั้นมีอยู่ว่า

การจัดการแข่งขัน กีฬาจะช่วยสนับสนุนความร่วมมือ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ในบรรดาประเทศต่างๆ ใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทย, เมียนมาร์, มาเลเซีย , ลาว, เวียดนาม และกัมพูชา (และสิงคโปร์มาร่วมในภาย หลัง) ถือเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง ประเทศ เหล่านี้มีความตกลงร่วมกันที่จะจัดการแข่งขันกีฬาขึ้น แบบสองปีครั้ง และได้จัดตั้งคณะกรรมการสหพันธ์กีฬาแหลมทองขึ้น (SEAP Games Federation Committee)

กีฬาแหลมทองครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12 – 17 ธันวาคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) โดยมีเจ้าหน้าที่ และนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 527 คน จากประเทศไทย, เมียนมาร์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม และลาว โดยมีกีฬาทั้งหมด 12 ชนิด

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 8 เมื่อ พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) สมาพันธ์กีฬาแหลมทองมี มติให้รับประเทศอินโดนีเซีย

และฟิลิปปินส์เข้าร่วมเป็นสมาชิกแข่งขันด้วย และได้บรรจุเข้าเป็นประเทศสมาชิกแข่งขันอย่าง เป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977)

และในปีเดียวกันนั้นสมาพันธ์ฯ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Games Federation

หรือ SEAGF) และเรียกการแข่งขันว่า ซีเกมส์ (Southeast Asian Games) ประเทศบรูไนนั้นได้ เข้าร่วมแข่งขันใน

กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 10 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศติมอร์ ตะวันออกเป็นประเทศล่าสุดที่เข้าร่วม

การแข่งขันซีเกมส์ โดยเข้าแข่งขันครั้งแรกในกีฬา ซีเกมส์ครั้งที่ 22 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

 

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต

และเกมอีกมากมาย เว็บนี้การันตีน้ำดี และง่ายต่อสมัคร คลิกเลย ได้ที่ ufabet

ufabet
ufabet