วันพฤหัส, 9 ธันวาคม 2564

มูร่าเผยท้อกับการกระทำของพอชระหว่างรอบชิงยูซีแอล

มูร่าเผยท้อกับการกระทำของพอชระหว่างรอบชิงยูซีแอล

มูร่าเผยท้อกับการกระทำของพอชระหว่างรอบชิงยูซีแอล

นักเตะชาวบราซิล อย่าง ลูคัส มูร่า ได้ออกมา เปิดเผย ความรู้สึกที่มีต่อเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือของทีมระหว่างเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2019

ลูคัส มูร่า นักเตะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานของ แชมเปี้ยนส์ลีก ตลอดกาล ด้วยลูกยิงของเขานี่เองที่นำทีม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ให้เข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศของ ยูโรเปี้ยนคัพ เป็นครั้งแรก แต่แข้งชาวบราซิลยอมรับว่าเขารู้สึกท้อแท้หลังจากที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ ในการให้สัมภาษณ์กับ Players Tribune

ตอนที่ทีมของเขาบุกไปเยือน เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลัง อาแจ็กซ์ สามประตู (รวมผลสองเลก) มูร่า ที่ได้ออกสตาร์ทในเกมนี้ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการทำแฮตทริกในครึ่งหลัง และก่อนการแข่งขันรอบชิง คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าดาวเตะชาวบราซิลจะได้ออกสตาร์ทในรอบชิงชนะเลิศเพื่อเป็นรางวัลตอบแทนสำหรับความพยายามของเขา แต่ผู้จัดการทีม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กลับให้เจ้าตัวนั่งสำรอง ทำให้ทุกคนประหลาดใจมากรวมถึงตัวลูคัสด้วย อดีตปีกปารีส แซงต์-แชร์กแมง รู้สึกไม่พอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ โดยอ้างว่าข่าวดังกล่าว ‘กระทบเขาราวกับน้ำเย็นจัด’ เรียกว่าเป็นข่าวที่ทำให้ประหลาดใจและท้อแท้อย่างที่คาดไม่ถึงนั่นเอง

  “สิ่งที่ทุกคนพูดกับผมทุกวันนี้เมื่อผมเจอแฟนๆ บนท้องถนนเกี่ยวกับเกมอาแจ็กซ์ก็คือ ‘ว้าว คุณควรได้ออกสตาร์ทในรอบชิงชนะเลิศนะ คุณน่าจะได้ออกสตาร์ทนะ'” ลูคัสกล่าว “ก่อนที่เราจะออกจากโรงแรม มีการพูดคุยปลุกขวัญครั้งสุดท้าย และหลังจากนั้นเราก็ไปที่สนาม” “ข่าวดังกล่าวมันกระทบผมเหมือนน้ำเย็นจัด ผมไม่ได้คาดว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้น” “จากนั้นคุณก็หยุดและคิดว่า ‘ฉันควรได้เล่นสิ ฉันน่าจะได้ออกสตาร์ทเกมนั้น”

ในที่สุดเขาก็ได้ลงสนามในนาทีที่ 66 แต่ตอนนั้นสเปอร์สตกเป็นฝ่ายตามหลังแล้วและที่สุดก็ตกเป็นเหยื่อของการเริ่มต้นเกมที่ไม่ดีของพวกเขา เขากล่าวต่อว่า “แต่ในตอนนั้น ผมตั้งใจและโฟกัสกับการเป็นแชมป์มากจนไม่กระทบกระเทือนผมมากนักในตอนนั้น” “รอบชิงชนะเลิศเป็นเกมที่ยากมากๆ มันไม่ใช่เกมที่สวยที่สุดเสมอไป นี่แหละฟุตบอลใช่ไหม” “มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผม และบางทีอาจจะเป็นช่วงเวลาที่พิเศษที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรและแฟนๆ”

 ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ พ่ายแพ้ 2-0 ให้กับทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ในกรุงมาดริด จากประตูในนาทีแรกของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และประตูในช่วงท้ายเกมของดิว็อค โอริกี้ และมันทำให้สเปอร์สต้องรอถ้วยแชมป์เมเจอร์รายการแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ที่พวกเขาคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ด้วยการเอาชนะเชลซีต่อไป ทีมจากลอนดอนเหนือ มีโอกาสคว้าแชมป์รายการนี้อีกครั้ง ในการเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็พ่ายแพ้ไปจากลูกโหม่งของอายเมอริค ลาปอร์ท ที่สนามเวมบลีย์ 1-0