วันศุกร์, 19 สิงหาคม 2565

ราล์ฟ รังนิค แย้มแท็คติกที่จะใช้ในเกม บุกไปเยือน ลิเวอร์พูล

19 เม.ย. 2022
40

ราล์ฟ รังนิค

ราล์ฟ รังนิค ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแย้มถึงแท็คติกที่พวกเขาจะใช้ในเกมที่สโมสรจะต้องบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก คืนวันอังคารนี้ ตามรายงานจาก แมนเชสเตอร์อิฟนิงนิวส์ ราล์ฟ รังนิค

ยูไนเต็ด โดน หงส์แดง บุกไปถล่มที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด มาแล้วเมื่อช่วงต้นซีซั่นด้วยสกอร์ 5-0 และพวกเขามีคิวที่จะออกไปเยือนที่ แอนฟิลด์ ในเกมกลางสัปดาห์ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันได้กล่าวถึงรูปแบบการเล่นที่พวกเขาเตรียมจะใช้ในเกมนี้ว่า

“อย่างที่ผมได้พูดไว้หลังจบเกมที่เอาชนะ นอริช ซิตี้ ได้ เราต้องแพ็คกันให้แน่นมากขึ้น เราต้องหาจุดสมดุลในการครอบครองบอล และสิ่งที่เราต้องทำเพื่อการป้องกันประตู แต่ที่แน่ๆ คือเราต้องแพ็คเกมให้แน่น ดุดันขึ้น เล่นเร็วขึ้น แต่ต้องแน่ใจด้วยว่าเราจะสามารถลงมาเล่นเกมรับลึกกันได้ทุกคน”

“นี่คือสิ่งที่เราจะต้องทำในการเจอกับทีมที่ว่ากันว่าอาจจะดีที่สุด หรือถ้าไม่ดีที่สุดก็เป็นทีมที่สามารถสร้างสรรค์โอกาสอันตรายได้จากทั้งใน และนอกกรอบเขตโทษได้ เราต้องเล่นเกมรับให้ดีที่สุดแต่ยังคงเล่นตามแผนการเล่นของตัวเองเพื่อที่จะสร้างความอันตรายให้พวกเขาได้ด้วย” โค้ชชาวเยอรมัน กล่าว

 

ราล์ฟ รังนิค : ศาสตราจารย์ผู้มาพร้อมโปรเจ็กต์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ราล์ฟ รังนิค

 

“ตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกจากตำแหน่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฟอร์มแย่มาก พวกเขาไม่เคย

เป็นแชมป์เลยสักครั้ง … มันมีเรื่องที่สำคัญสำหรับ ทุกสโมสรเกี่ยวกับเรื่องนี้ นั่นคือหากคุณไม่สามารถ

หาผู้เล่นที่เหมาะกับทีมได้ อย่างน้อยที่สุด ก็อย่าเซ็นสัญญา กับพวกคนที่ ไม่ใช่มาอยู่กับทีมมากนักเลย”

2 ปีก่อน ราล์ฟ รังนิก ได้กล่าวถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไว้เช่นนี้ … จนกระทั่งตอนนี้ หน้าที่ที่เขาพูด ถึงกำลังจะมาอยู่ในมือของเขาแล้ว

นี่คือเรื่องราวของโค้ชชาวเยอรมัน ผู้เตรียมนั่งแท่นตำแหน่ง กุนซือรักษาการ ที่จะนำทัพปีศาจแดง 6 เดือนต่อจากนี้

ก่อนผันตัวไป รับบทบาทที่ปรึกษาในอีก 2 ปีถัดจากนั้น

เขาเป็นใคร มาจากไหน มีวิธีคิดแบบไหน และมีแนวทางการทำทีมเช่นไร ? ตอบทุกคำถามที่ Main Stand

ราล์ฟ รังนิค เริ่มจากนักเตะธรรมดาที่ชอบใช้ความคิด 

 

ย้อนค้นประวัติการเป็นนักเตะของ ราล์ฟ รังนิก ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่แตกต่างจากยอดโค้ชยุคปัจจุบันอย่าง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, อันโตนิโอ คอนเต้, เยอร์เกน คล็อปป์ รวมถึงใคร ๆ อีกหลายคน

 

สิ่งที่แตกต่างคือรายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาอย่างน้อย ๆ ก็เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริง ๆ ที่เคยเล่นในลีกสูงสุดของ

แต่ละประเทศมาก่อน ทว่าประสบการณ์ของรังนิกในการเป็นนักฟุตบอลนั้นแทบไม่มีสิ่งใดจับต้องได้เลย ดีที่สุดคือการ

ลงเล่น 66 นัดให้กับ VfR Heilbronn สโมสรระดับลีก 3 ของประเทศเยอรมันเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตามคุณ จะให้ปลาไปบินบนฟ้า จะให้นกมาว่ายน้ำ มันก็คงไม่ใช่ คนบางคนกว่าจะได้เจอเส้นทาง ที่เหมาะกับตัวเองง

ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้ และรู้จักสิ่งที่ตัวเองชอบ พอสมควร รังนิก ใช้เวลาในการ เป็นนักฟุตบอลแค่ราว ๆ 7 ปีเท่านั้น

และในช่วงที่ยัง เล่นฟุตบอลอยู่ เขาก็เริ่มรู้แล้วว่าการเตะบอลอาจจะไม่เหมาะกับเขานัก รังนิก เริ่มเห็นตัวเองในบทบาทโค้ชมากกว่า

เนื่องจากชอบคิดวิเคราะห์ และรู้สึกว่าตัวเองมี “วิธีการสร้างสไตล์” ในแบบที่เขาชอบมากที่สุด

 

ในช่วงที่ รังนิก ยังเป็นนักฟุตบอลนั้น เขาก็เริ่มเข้าเรียนศาสตร์ ฟุตบอลที่มหาวิทยาลัยซัสเซ็กส์  (University of Sussex)

ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ในประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าเขา เป็นคนที่พูดอังกฤษได้คล่องปร๋ออย่างไม่ต้องสงสัย และนั่นอาจจะเป็น

เหตุผลว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงเป็นทีมที่เขาเมียงมองมาพักใหญ่

หลังจบมหาวิทยาลัยที่อังกฤษ รังนิกกลับมาเล่นฟุตบอลอาชีพ ในทีมระดับท้องถิ่นเยอรมัน พร้อมกับรับบทบาทผู้เล่น และเฮดโค้ชในเวลาเดียวกัน

 

สร้างแรงบันดาลใจให้กันเอง

ซึ่งหลังจากทำผลงานคุมทีมได้ 2 ปี ก็เริ่มทำทีมได้ดีขึ้น เขาพาทีม อูล์ม เลื่อนชั้นสู่ลีกา 2 เยอรมันได้ จากหลักสูตรการซ้อมที่เขาคิดขึ้นเอง

หลังจากนั้นก็เริ่มมีการพูดถึงโค้ชคนหนุ่มอย่างรังนิก ในช่วงปลาย ๆ ยุค 90s บ้างแล้ว

“สิ่งสำคัญที่สุด สำหรับผมคือจำนวนการซ้อม ที่เราทำกันแต่ละครั้ง เรากระตุ้นซึ่งกันและกัน ฝึกซ้อมกันเอง

สร้างแรงบันดาลใจให้กันเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผมในการเป็นโค้ช” รังนิก กล่าวถึงจุดเริ่มต้น

 

ในปี 1999 สตุ๊ตการ์ท สโมสรจากลีก สูงสุดของประเทศให้โอกาส รังนิก ได้คุมทีม เพียงแต่มันไม่ใช่อย่างที่เขาหวัง

และไม่สามารถทำได้ แบบที่เคยทำกับทีมระดับลีกล่าง ๆ เลย

3 งานแรกในอาชีพกุนซืออย่างจริงจังระดับลีกใหญ่ รังนิก โดนไล่ออกจากตำแหน่งทั้งหมด ทั้งกับ สตุ๊ตการ์ท, ฮันโนเวอร์ และ

ชาลเก้ 04 ส่วน 2 งานต่อมากับ ฮอฟเฟนไฮม์ และ ชาลเก้ 04 คำรบสอง เขาก็ยุติบทบาทด้วยการลาออก

 

ถ้ามองตรงนี้ เขาอาจจะดูล้มเหลว แต่ใครบ้างไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ? แม้จะโดนไล่ออกทั้ง 3 ครั้ง แต่ในช่วงที่คุม

สตุ๊ตการ์ท เขาก็พาทีม คว้าแชมป์อินเตอร์โตโต้ คัพ ในปี 2000, ในปี 2001-02 เขาพา ฮันโนเวอร์ คว้าแชมป์ลีกา 2 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด

และกับ ชาลเก้ เขาเคยพาทีมคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล และ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2011 มาแล้ว

(ตกรอบด้วยน้ำมือ ยูไนเต็ด)

 

คุณจะเห็นได้ว่า จากประสบการณ์ในข้างต้น รังนิก มักจะ ประสบความสำเร็จในรูปแบบบอลถ้วย มากกว่าบอลลีก

ซึ่งเจ้าตัว ก็ยอมรับว่าการทำทีมอื่น ๆ ในบุนเดสลีกา ให้ถึงตำแหน่งแชมป์ เป็นเรื่องยากมาก เพราะ บาเยิร์น มิวนิค

มีงบประมาณมากกว่าทีมอื่น ๆ ราว 8-10 เท่า

แต่ถึงกระนั้น รังนิก ก็ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ตราบใดที่ทีม ๆ นั้นได้สร้างสไตล์ฟุตบอลที่ใช้ความสามัคคี

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ความฟิต ความอึด และทัศนคติที่ดีใส่ลงไปในสนาม จากโอกาสเป็นแชมป์ 0% จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

สไตล์ดังกล่าวเรียกว่า “เกเกนเพรสซิ่ง”

 

“เกเกนเพรส” และหลักสูตรจิ๊กซอว์ 500 ชิ้น

รังนิก อาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จ มากนักบนเส้นทางโค้ช แต่สิ่งที่หนึ่ง ที่ทุกคนเชื่อขนมกินได้เลย สำหรับตัวเขาคือ “เขาเป็นผู้ริเริ่มเสมอ” 

ในช่วงที่เขาเริ่มเป็นโค้ช รังนิก เป็นเหมือนเจ้าหนูจำไม เขาถามและ ทักท้วงถึงวิทยาการยุคเก่าเสมอ มันไม่ใช่เรื่องของการไม่ให้เกียรติ

แต่มันเป็นการพยายามหาคำตอบให้ถ่องแท้ที่สุดในแบบที่ทำให้เขาหมดคำถามให้ได้ ขณะที่วิธีการฝึกซ้อมของเขาก็เป็นคนแรก ๆ

ที่ใช้การถ่ายวิดีโอ เพื่อนำมาวิเคราะห์ผล ที่บันทึกไว้จากการซ้อมครั้งก่อน ๆ ด้วย

 

จุดเปลี่ยนที่ทำให้หลายคนจำเขาได้ เกิดขึ้นในปี 1998 รังนิก ได้รับเชิญให้ ไปออกรายการฟุตบอล ของเยอรมันที่ออนแอร์ทางโทรทัศน์

หัวข้อคือวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับฟุตบอลของเขา ในวันนั้นเขาพูดสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่หลายคนกลับมองไป ในทางเย้ยหยันมากกว่าที่จะคล้อยตาม

 

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก ข่าวสด รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต และเกมอีกมากมาย เว็บนี้การันตีน้ำดี และง่ายต่อสมัคร คลิกเลย ได้ที่ ufabet