วันศุกร์, 19 สิงหาคม 2565

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ :ทิ้งทวนตำแหน่ง ด้วยการหว่านล้อม ซาลาห์ ต่อสัญญา

06 พ.ค. 2022
44

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผอ.กีฬา ลิเวอร์พูล กำลังจะทิ้งทวนตำแหน่งที่ แอนฟิลด์อย่างวีรบุรุษ หากสามารถหว่านล้อม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ท็อปสกอร์ทีมให้ต่อสัญญาฉบับใหม่ลุล่วง แล้วหลายๆอย่าง เริ่มมีสัญญาณบวกจาก งานเลี้ยงรับรางวัล สมาคมนักข่าวฟุตบอล (เอฟดะบลิวเอ) วานนี้ :ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์

ซาลาห์ ได้ตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ ‘เอฟดะบลิวเอ’ เป็นหนสองอาชีพ หลังจากคว้าแล้วครึ่งหนึ่งเมื่อปี 2018 โดยเจ้าตัวเดินทางมารับโทรฟี่เกียรติยศร่วมกับเอเยนต์ รามี่ อับบาส อิสซ่า

 

ซึ่งในงานบุคลากรจาก ‘หงส์แดง’ นอกจากสตาร์อียิปต์แล้วยังมีตำนานกองหน้า เอียน รัช, ผอ.กีฬา เอ็ดเวิร์ดส์ และ ยูเลี่ยน วอร์ด นักยุทธศาสตร์ฟุตบอลซึ่งจะรับไม้ผลัดต่อจาก ไมเคิ่ล ต้ังแต่ปิดฤดูกาลนี้

 

ทั้งหมดได้ร่วมโต๊ะหม่ำดินเนอร์ในงานร่วมกัน ทาง รามี จึงแชะภาพเก็บไว้แล้วทวีตผ่านบัญชี @RamyCol ประกอบอิโมจิค่อนยิ้มเจ้าเล่ห์

 

แน่นอนเหล่า ‘เดอะ ค็อป’ ก็คิดไปไกลว่ากลุ่มคนเหล่านั้นคงมีโอกาสหารือสัญญาฉบับใหม่ของ ซาลาห์ ซึ่งจะหมดลงในฤดูกาลหน้าให้สามารถตกลงขยายข้อผูกมัดสานต่อความสำเร็จใต้ชายคาแอนฟิลด์

 

“พวกเขาคุยเรื่องสัญญาใหม่กันใช่ไหม?” ความเห็นจาก minarwan

 

หรืออีกคน ghawtho1 ก็แสดงมุมมองว่า “ตกลงสัญญาใหม่ราบรื่นแล้วแหง ดูทุกคนอารมณ์ดี”

 

รอติดตามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว ในงานแถลงความพร้อมของผจก.ทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ก่อนเกมดวล สเปอร์ส (7 พ.ค.) ในวันศุกร์นี้

 

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์

 

ขงเบ้งหงส์แดง : ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ คือ ใคร… ทำไมการลาออกจากลิเวอร์พูลของเขาถึงสะเทือน ? | ALARM SPORT

ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ คือใคร ? 

ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ เป็นขุนศึกคนสำคัญในทีมเบื้องหลังของ ลิเวอร์พูล ชื่อของเขาปรากฏบนหน้าสื่อบ่อยครั้งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ชัดเจนที่สุดโดยเฉพาะเมื่อมี เยอร์เกน คล็อปป์ เป็นกุนซือ 

เหตุผลที่ชื่อของเขาถูกกล่าวถึง นั่นเพราะว่าในฐานะ “ผู้อำนวยการกีฬา” เอ็ดเวิร์ดส์ คือผู้อยู่เบื้องหลังดีลสำคัญ ๆ ที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ พลิกฟื้นสู่ยุคทองด้วยนักเตะอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, ฟาบินโญ่ และ อลีสซง เบ็คเกอร์ 

 

หน้าที่ของผู้อำนวยการกีฬาคือการมี Data (ชุดข้อมูล) ที่ไว้ใจได้ มีการคิดวิเคราะห์ในแง่ของฝีเท้าและความเหมาะสมกับทีม ที่สำคัญคือ เขาต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลขเพื่อนำมาคิดคำนวนเรื่องการลงทุน ซื้อ-ขาย ว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้องค์กรได้ผลประโยชน์มากที่สุด

งานของ เอ็ดเวิร์ดส์ จึงเปรียบได้กับการประสานงานระหว่างฝ่ายโค้ชและฝ่ายผู้บริหารให้เข้าใจตรงกัน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตำแหน่ง Sporting Director หรือ ผู้อำนวยการกีฬา จึงสำคัญมาก ๆ ในยุคปัจจุบัน 

 

ก่อนที่จะจับงานสำคัญแบบนี้ เอ็ดเวิร์ดส์ ไต่เต้าและพิสูจน์ตัวเองอยู่เรื่อยมา เขาอยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ปี 2010 ตั้งแต่สมัยที่ จอร์จ ฮิคส์ และ จอห์น จิลเล็ตต์ ดูโอ “ปลิงมะกัน” ของชาวหงส์ยังเป็นเจ้าของทีม ตำแหน่งของ เอ็ดเวิร์ดส์ ในช่วงที่มาทำงานใหม่ ๆ คือหนึ่งใน Transfer Committee (คณะกรรมการซื้อขาย) ก่อนจะขยับมาเป็น Technical Director (ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค) ก่อนที่จะมาจบในตำแหน่งปัจจุบันของเขา Sporting Director (ผู้อำนวยการกีฬา)

 

ความก้าวหน้าในการทำงานของ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ บ่งบอกได้ถึงคุณภาพและเนื้องานที่ละเอียดของเขา ทุกดีล ทุกการตัดสินใจ เสียงของเขามีส่วนสำคัญมากในระยะหลัง และลิเวอร์พูลก็คิดถูกที่เชื่อการตัดสินใจของเขา จนทีมกลับมาได้แชมป์ยุโรปและพรีเมียร์ลีกที่รอคอย 

อย่างไรก็ตามหลังจากจบฤดูกาล 2021-22 เอ็ดเวิร์ดส์ จะหมดสัญญากับสโมสรนี้ที่เขาทำงานมาด้วยเป็นระยะเวลาทั้งหมด 11 ปี โดยเขาให้เหตุผลว่า “ต้องการความท้าทายใหม่” แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่จะต้องเจอกับความท้าทาย เพราะ ลิเวอร์พูล ก็ต้องท้าทายกับช่วงเวลาที่ไม่มีเขาในตำแหน่งดังกล่าวด้วยเช่นกัน … นี่คือสิ่งที่จะหายไปพร้อม ๆ กับ เอ็ดเวิร์ดส์ ที่ลิเวอร์พูลจะต้องเจอในซัมเมอร์หน้า 

 

 

ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ลูกคู่ผู้ช่วยหาสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องการ 

เยอร์เกน คล็อปป์ เก่งแค่ไหนทุกคนรู้ดี แต่การทำงานองค์กรให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพทุกคนต้องร่วมมือกัน และความสัมพันธ์ระหว่าง คล็อปป์ กับ เอ็ดเวิร์ดส์ ก็ถือเป็นสิ่งที่ล้ำค่าจริง ๆ สำหรับ ลิเวอร์พูล ยุคนี้ 

 

ลิเวอร์พูล ในยุคที่ซื้อใครเข้ามาก็ได้ เรื่องนั้นเกิดจากการสื่อสารระดับมองตาก็รู้ใจ หากคุณสังเกตตลาดซื้อขายของลิเวอร์พูลในช่วง 4-5 ปีหลัง คุณจะพบวิธีการซื้อที่มีแนวทางชัดเจนมาก ๆ นั่นคือการซื้อตัวที่ตอบโจทย์กับความต้องการของทีม โดยเฉพาะกับตัวกุนซืออย่างคล็อปป์ พวกเขารอบคอบมากกว่าจะได้นักเตะแต่ละคน และสำหรับบางคนต่อให้ต้องใช้เวลานานเกือบ 2 ปี พวกเขาก็รอได้ โดยที่ไม่สนใจนักเตะคนอื่น ๆ ที่อยู่นอกแผนเลย 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2017 เมื่อ เยอร์เกน คล็อปป์ ต้องการปราการหลังตัวกลางในยุคที่ทีมไร้หัวเรือใหญ่ในแนวรับ และเขาต้องการนักเตะอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ที่เล่นให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ณ เวลานั้น ดีลนี้เป็นการเดินงานที่ไม่ง่ายเลย มันไม่ใช่แค่การซื้อนักเตะเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่มันต้องเป็น ฟาน ไดจ์ค คนเดียวเท่านั้น ถ้าได้คนอื่นสู้ไม่ซื้อเลยเสียยังดีกว่า แถมยังเกิดความผิดพลาดเพราะไปติดต่อโดยข้ามหัวสโมสรอีกต่างหาก ซึ่งสุดท้าย ลิเวอร์พูล ยอมรอ และได้ ฟาน ไดจ์ค มาร่วมทีมโดยใช้เวลาในการรอคอยทั้งหมด 1 ปีครึ่ง 

เอ็ดเวิร์ดส์ เองแม้จะมีอำนาจในการซื้อขาย แต่เขาก็ไม่เคยฝืนคำสั่งคล็อปป์ในดีลของ ฟาน ไดจ์ค เพราะตัวเลขและข้อมูลที่เขามีก็ชัดเจนว่า ฟาน ไดจ์ค คือของจริง ทั้งสองคนจึงตัดสินใจรอ สุดท้ายพวกเขามีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันอยู่ในทีมจนได้ 

 

คล็อปป์ มีแนวทางที่ชัดเจน และเขาเองก็เชื่อใจการทำงานของ เอ็ดเวิร์ดส์ ด้วย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? 

คำตอบอยู่ในวลี “ตัวเลขและสถิติไม่เคยโกหกใคร” ตัวของ เอ็ดเวิร์ดส์ นั้นแม้จะเคยเป็นนักเตะอาชีพมาก่อนเมื่อในอดีต แต่อีกด้านหนึ่งเขาเป็นเนิร์ดในด้านการเก็บข้อมูลและสถิติ เขาลงลึกมาก ๆ ในงานที่ทำ การเติบโตในหน้าที่การงานของเขาเกิดจากการได้รับหน้าที่สำคัญ ๆ ก่อนจะทำมันออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนคนใหญ่คนโตในสโมสรไว้ใจ 

 

เอ็ดเวิร์ดส์ อาจจะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่เขาไม่ค่อยคุยกับสื่อบ่อยนัก บทความสัมภาษณ์เขาในโลกอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีทำงานมีน้อยมาก แต่ถึงอย่างนั้นเราก็พอจะมองวิธีการของเขาออก ด้วยผลงานของ ลิเวอร์พูล ทั้งในและนอกสนามที่เกิดขึ้น เขาคุยกับสื่อไม่เก่ง แต่เขาคุยกับผู้ร่วมงานของเขาได้ดีกว่าคุยกับสื่อแน่นอน 

 

เอ็ดเวิร์ดส์ มีทีมวิเคราะห์การซื้อขายและเก็บสถิตินักเตะในทีม รวมถึงยังเข้าใจสเปคนักเตะที่ทีมต้องการในการเสริมทัพ หลังจากได้รับงานสำคัญนี้ เขาแต่งตั้งทีมงานของตัวเองขึ้นมามากมาย ทั้งทีมวิจัย ทีมแมวมองชุดใหม่สำหรับทั้งทีมชุดใหญ่และอคาเดมี   

 

ถ้าหากเราอยู่ในเรื่อง 3 ก๊ก คล็อปป์ คือแม่ทัพอย่าง เล่าปี่ ที่มีส่วนในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเอาหรือไม่เอา จะขายหรือไม่ขาย จะลุยหรือจะถอย โดยก่อนที่เขาจะตัดสินใจเขาจะฟังความเห็นจาก “ขงเบ้ง” อย่าง เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ที่เจาะลึกข้อมูลทุกอย่างที่มีอย่างละเอียด ย่อยเรื่องที่เข้าใจยาก ๆ ในหน้ากระดาษกว่า 10 แผ่น ให้กลายเป็นรายงานปากเปล่าที่กระชับ ทำให้ คล็อปป์ “กล้าตัดสินใจ” เมื่อได้ฟังความเห็นและชุดข้อมูลของ เอ็ดเวิร์ดส์ นั่นเอง 

 

การทำงานที่เข้าขารู้ใจทำให้ผลงานออกมาดี ไม่ว่ากับสายอาชีพไหนก็ตาม การมีเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนให้ความสำคัญกับรายละเอียดของงานล้วนเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม คล็อปป์ ต้องการอะไร เอ็ดเวิร์ดส์ จะนำตัวเลือกเหล่านั้นมาให้ โดยที่ คล็อปป์ แค่ฟังและวิเคราะห์ต่ออีกขั้นว่าสิ่งไหนดีที่สุดสำหรับทีมของพวกเขา 

 

ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม ลิเวอร์พูล จึงได้นักเตะที่เหมือนกับเป็นจิ๊กซอว์ที่ถูกตัว พวกเขาทำงานร่วมกันและค่อย ๆ ประกอบภาพใหญ่ด้วยจิ๊กซอว์ทีละชิ้น ๆ จนที่สุดแล้ว นักเตะที่เขามาอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, ฟาบินโญ่, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และ อลีสซง เบ็คเกอร์ กลายเป็นขุนพลที่นำทีมกลับสู่ยุคของความยิ่งใหญ่ ยุคที่ไม่ว่าใครจะเจอกับ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ก็ต้องหวั่นเกรงทั้งนั้น 

 

และท่านสามารถ ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ต่าง ๆ  ทั่วมุมโลก   ข่าวสด  รวดเร็วกว่า อีกทั้ง ข่าวฟุตบอล ตารางการแข่งขัน

ผลบอล และการ วิเคราะห์บอล // ทีเด็ดบอล ไฮไลบอล แทงบอล แทงบอลออนไลน์ และยังมี บาคาร่า รูเล็ต  UFABET