วันอาทิตย์, 28 พฤศจิกายน 2564

ไอบาสอบ ไอบา สะท้านกีฬาโลก

04 ต.ค. 2021
51

ไอบาสอบ ไอบา สะท้านกีฬาโลก

ไอบาสอบ ไอบา สะท้านกีฬาโลก

ไอบาสอบ ไอบา สะท้านกีฬาโลก

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา วงการหมัดมวยเหมือนกล้วยปิ้ง กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวท็อปที่ถูกตีโครมโหมกระหน่ำขึ้นมา โดยเฉพาะประเด็นสาวไส้ผู้บริหารยุค”โกงสะบัด” อย่าง “ชิง กั๊วะ วู”
เริ่มตั้งแต่การประกาศว่า สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (AIBA) หรือไอบา องค์กรมวยระดับโลก ยังไม่ได้สิทธิ์จัดการชกมวยที่ได้รับการรับรองจาก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี

16 กันยายน 2021

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล The International Olympic Committee (IOC) ส่งจดหมายเตือนระดับสูงสุดอีกครั้งให้กับ สมาคมมวยสากล หรือไอบา (AIBA) โดยอ้างถึงข้อกังวลบางอย่าง เกี่ยวกับการกำกับดูแลขององค์กรมวยสมัครเล่นที่ถูกควบคุม และระงับการเข้ามาบริหารจัดการ รวมถึงการตัดสินในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ทำให้โอกาสที่จะได้สิทธิ์กลับมาทำงานเต็มรูปนั้นเป็นไปได้น้อยถึงน้อยมาก

ไอบา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการแข่งขันชกมวยที่ โตเกียวเกมส์ 2020 หลังจากได้รับการชี้แจงยึดสิทธิ์การบริหารจัดการโดย ไอโอซี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา ทำให้ ไอโอซี เข้าไปทำงานตั้งแต่รอบคัดเลือก กระทั่งถึงรอบสุดท้ายโอลิมปิกเกมส์
จดหมายดังกล่าวได้เขียนถึงคณะกรรมการบริหารไอบา เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมกับชี้แจงให้เห็นว่า ไอบา ยังมีงานมากมายที่ต้องทำ หากต้องการที่จะกลับมาเป็นผู้บริหารจัดการการแข่งขันที่ปารีส ในอีก 3 ปีข้างหน้า

“เมื่อพิจารณาถึงข้อกังวลต่างๆ นั้น ไอบา ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาจำนวนมาก ทำให้คณะกรรมการบริหารของไอโอซี จำต้องให้ผู้นำของเรา(โธมัส บาค) พร้อมกับหัวหน้าฝ่ายจริยธรรมและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของไอโอซี ต้องติดตามสถานการณ์ไอบาอย่างใกล้ชิดต่อไป ที่สำคัญคือการที่เราจะต้องวิเคราะห์องค์ประกอบทั้งหมดที่ร้องขอจากไอบาตลอดจนผลของผู้เชี่ยวชาญอิสระต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปในมุมมองของการตัดสินใจคืนสิทธิ์ให้ ไอบา ที่อาจเกิดขึ้นโดยการประชุมของไอโอซีอีกครั้ง”

ขณะเดียวกัน ไอบา ก็มีแถลงการณ์เอาไว้ เช่นกันว่า ไอบา ได้ดำเนินการตามที่ ไอโอซี กำหนดมาแล้วอย่างเคร่งครัด ซึ่งเราเองก็มั่นใจว่าการปฏิรูปเหล่านี้จะทำให้บรรลุผลสำเร็จ พร้อมกับได้รับสิทธิ์คืนจาก ไอโอซี ในอนาคตอันใกล้นี้

 

ไอบา สร้างความฮือฮา

เมื่อประกาศให้ศึกมวยสากลสมัครเล่นชายชิงแชมป์โลก (Men’s World Boxing Championships) ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 24 ต.ค.- 26 พ.ย.นี้ ที่กรุงเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย มีเงินรางวัลรวมให้นักมวยทั่วโลกที่เข้าแข่งขัน รวมทั้งนักชกทีมชาติไทย ที่สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เตรียมส่งนักชกไปชิงชัยด้วย ถึง 2.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 85.6 ล้านบาท

นับเป็นการจัดเงินรางวัลกีฬามวยในรายการของไอบา เป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปี โดยรายการนี้ผู้ชนะเลิศแต่ละรุ่น หรือคว้าเหรียญทองรับไปเลย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.29 ล้านบาท,เหรียญเงินได้ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 1.64ล้านบาท และเหรียญทองแดงได้ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 824,000 บาท

มร.อูมาร์ เครมเลฟ ชาวรัสเซียเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธาน ไอบา เขาได้รับการเลือกตั้งเมื่อ 12 ธันวาคม 2020 เข้ามาแทนที่ กาฟูร์ราคิมอฟ ที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงการคลังของมะกัน ระบุว่า ราคิมอฟ เป็นหนึ่งในอาชญากรชั้นนำของอุซเบกิสถาน
นับตั้งแต่ เครมเลฟ เข้ามาบริหารงาน เขาผลงานชัดเจนก็คือ การจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระ เพื่อสอบสวนข้อกล่าวหาการทุจริตมิชอบในการตัดสินโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล และทำให้ภาพลักษณ์ของไอบา ดีขึ้นเป็นอย่างมาก หลังจากถูกตรวจพบการทุจริตมีผลประโยชน์ทับซ้อนมากมาย

 

ในวันสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็มีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก

“inside the games” เว็บไซต์ดังจากต่างประเทศ ระบุถึงบทสัมภาษณ์ของ ริชาร์ดแม็คลาเรน ทนายจากแคนาดา เจ้าของหน่วยงานด้านกฎหมายชื่อว่า McLaren Global Sport Solutions ที่ถูกจ้างโดยบอร์ดบริหารของไอบา ในยุคปัจจุบัน ที่นำโดย อูมาร์ เครมเลฟ ให้ดำเนินการสอบสวนความทุจริตที่ผ่านมาของบอร์ดบริหารยุคเก่า ที่ตอนนั้นมี ชิง กั๊วะ วู ผู้บริหารคนดังชาวไต้หวัน เป็นประธาน เพื่อหวังจะปฏิรูปองค์กรของตัวเอง ไม่ให้เน่าฟอนเฟะเหมือนที่ผ่านมา
เว็บไซต์ดังกล่าวยังอ้างถึงกรณีการมอบเหรียญรางวัล ในการชกนัดชิงชนะเลิศ รุ่นเฮฟวี่เวท รีโอเกมส์ ว่า โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากหล หรือ ไอโอซี ปฏิเสธที่จะขึ้นมอบเหรียญรางวัล ในการชกรุ่นเฮฟวี่เวท ระหว่าง เยฟกินี่ ติชเชนโก้ จากรัสเซีย ที่ชนะ วาซิลี่ เลวิต จากคาซัคสถาน ยิ่งทำให้หลายต่อหลายคนมั่นใจว่า บาค คงรับไม่ได้กับเหตุการณ์ดั้งกล่าวที่แสดงให้เห็นว่า มีการล็อคคำตัดสิน จนเกิดการเสื่อมเสียต่อการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์

มีการระบุถึงการชกระหว่าง เยฟกินี่ ติชเชนโก้ กับ วาซิลี่ เลวิต จากคาซัคสถาน หลังจากมีการวิเคราะห์คะแนนออกมาแล้ว จึงไม่แปลกใจว่าทำไม บาค ถึงไม่ยอมมอบเหรียญ เพราะเป็นการตัดสินที่ค้านสายตาเป็นอย่างมาก

“มีเสียงโห่จากแฟนมวยรอบสนาม และทำให้ประธานไอโอซี ตัดสินใจเดินออกไปเลย นี่เป็นที่มาของความอับอายอย่างยิ่งของวงการกีฬามวย โดยเฉพาะ ชิง กั๊วะ วู เป็น 1 ในคู่ที่ฉีกหน้ากากแสดงถึงทุกสิ่งทุกอย่างออกมาให้โลกได้เห็น”

หนึ่งในรายงานจำนวน 149 หน้า ระบุเอาไว้ว่า สิ่งที่ชัดเจนและเป็นที่ถกเถียงมากที่สุด เริ่มจากการชกรอบ 8 คนสุดท้าย รุ่นแบนตั้มเวท ระหว่าง ไมเคิ่ล คอลแลนจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ที่ชกได้เหนือกว่า วลาดีเมียร์ นิคิติน จากรัสเซีย ในรอบ 8 คนสุดท้าย รุ่น 56 กิโลกรัม แต่ถูกตัดสินให้แพ้ กระทั่งถึงนัดชิงรุ่นเฮฟวี่เวท ของ ติชเชนโก้ กับ เลวิต และคู่ระหว่าง โตนี่ย์ โยก้า จากฝรั่งเศส ที่เอาชนะ โจ จอยซ์ จากสหราชอาณาจักร ในรอบชิงรุ่นซูเปอร์ เฮฟวี่เวท ซึ่งมีทั้งหมดถึง 11 คู่เป็นอย่างน้อยที่ถูกล็อคผล
รายงานนี้ยังระบุด้วยว่า ชิง กั๊วะ วู กับ คาริม บูซิดี้ ใช้ระบบการส่งสัญญาณลับเพื่อแจ้งซึ่งกันและกันว่า จะรวบรัดและล็อคผลการข่างขันอย่างไร ในระหว่างการแข่งขัน โดยมีผู้ควบคุมการแข่งขันบางราย, ผู้ตัดสินบางราย สมรู้ร่วมคิด แถมยังใช้วิธีการข่มขู่ไปยังชาติสมาชิกอีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อความทุจริตการตัดสิน

จากกรณีดังกล่าวนี้ได้สะท้อนออกมาว่า มีโอกาสเป็นความจริงได้สูงมาก เนื่องจากในเวลาต่อมา ไอโอซี ได้ยึดสิทธิ์การจัดการแข่งขันจากไอบา คืนมาอยู่ในมือของตัวเองทั้งหมด ในรอบคัดเลือกมวยโอลิมปิกเกมส์ 2020 โดยมอบหน้าที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียวเกมส์เป็นผู้ดูแล

นับตั้งแต่ เครมเลฟ ได้เข้ามาทำงาน เขาจัดการปลดหนี้จำนวน 10 ล้านเหรียญสหรัฐของไอบา จากการได้สปอนเซอร์ใหญ่ Gazprom ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย กล่าวว่า การประกาศเงินรางวัลให้นักมวยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของศึกมวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลก และเป็นสิ่งที่นักมวยสมควรได้รับ และเป็นสิ่งที่สมควรมีในรายการมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไอบา

ในศึกมวยสากลชายชิงแชมป์โลกครั้งนี้ ไอบายังต้องการโชว์ให้โลกและไอโอซีเห็นว่ามีการปรับปรุงพัฒนาระบบต่างๆ จนสามารถจัดการแข่งขันได้อย่างยุติธรรมโปร่งใส เพื่อให้ไอโอซียอมรับ และได้กลับมาจัดการแข่งขันมวยในกีฬาโอลิมปิกอีกครั้ง